Bugaboo.tv

เจาะประเด็น Special - ฟลัดเวย์..รับมืออุทกภัย

Post dated: 12 ม.ค 2017 เวลา 06:20 PM

CATEGORIES: News

จากอิทธิพลของความกดอากาศต่ำ บวกกับปัจจัยเรื่องสิ่งปลูกสร้างที่ขวางกั้นเส้นทางน้ำ รวมไปถึงการกระทำของมนุษย์ที่รุกล้ำทำลายป่า ทำให้วันนี้ธรรมชาติย้อนกลับมาเล่นงาน ปรากฎเป็นอุทกภัยเอ่อท้นท่วมจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งผลให้ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก ยิ่งครั้งนี้รุนแรงมากกว่าทุกครั้ง เช่นกันกับกรณีที่มวลน้ำก้อนใหญ่จากเทือกเขาตะนาวศรี ถล่มท่วมพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ล่าสุดบางพื้นที่เริ่มคลี่คลาย

เกิดการตั้งคำถาม แนวคิดของนักวิชาการที่ให้สร้างฟลัดเวย์ หรือทางน้ำผ่าน เพื่อช่วยระบายน้ำลงสู่ทะเล เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร

ความกดอากาศต่ำ ที่ส่งผลให้ฝนตก เทกระหน่ำในพื้นที่ภาคใต้กลายเป็นปัญหาใหญ่ เมื่อมวลน้ำมหาศาล ไม่ได้ถูกระบายไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้

อาจารย์อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า ชี้ แม้ปริมาณน้ำฝนจะมากเพียงใด ก็เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น แต่ปัจจัยหลักที่ทำให้น้ำท่วมเพราะ ไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน และถ้าหากมีแก้มลิงหรือ จุดรับน้ำมากกว่าที่เป็นอยู่ความเสียหายในพื้นที่ จะรุนแรงน้อยกว่านี้

ภาพจากดาวเทียมของจิสด้า ชี้ชัดว่า พื้นที่รับน้ำ โดยเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ผังเมืองเปลี่ยนไปจากอดีตมาก เมื่อก่อนมีทุ่งนาหรือพื้นที่ว่างเปล่ารับน้ำ แต่ล่าสุดกลับถูกแทนที่ด้วยบ้านเรือน ส่วนพื้นที่ป่าในภาคใต้ จากป่าดงดิบแปรเปลี่ยนเป็นไม้ยืนต้น การดูดซับน้ำน้อยลงจากเดิมปัญหาน้ำหลาก ท่วมไว-ไปไว ก็เริ่มมีปัญหาน้ำท่วมขังเหมือนภาคกลาง เพราะสภาพพื้นที่เปลี่ยนแปลงไป การนำข้อมูลใหม่ๆเหล่านี้ไปวิเคราะห์ จึงเป็นสิ่งจำเป็น

สอดคล้องกับอาจารย์เสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาคและในฐานะกรรมการป้องกันบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ที่ชี้ว่า มวลน้ำที่เข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ จ.นครศรีธรรมราช เพราะเส้นทางระบายน้ำเดิม ถูกกีดขวางด้วยหมู่บ้านจัดสรร และการรุกล้ำลำคลอง

ปีนี้ กรมชลประทานจะเสนอแผนก่อสร้าง "ฟลัดเวย์" เลี่ยงเมือง ล่าสุดอยู่ในขั้นตอนทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ นอกจากนี้การขยายพื้นที่รับน้ำ เช่น แก้มลิง หรือ อ่างเก็บน้ำเพิ่ม เพื่อรองรับมวลน้ำปริมาณมาก ก็มีความสำคัญเช่นกัน

ด้านนายปริญญา สัคคะนายก ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 15 ชี้ อีกปัญหาน้ำไม่มีทางระบาย เนื่องจากมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ ทั้งถนน ท่อระบายน้ำ เศษขยะ ซึ่งแผนป้องกันอุทกภัยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว คือการขุดลอกคลองสายเดิม และขุดคลองขึ้นใหม่ อ้อมตัวเมือง เพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเลโดยเร็ว บรรเทาปัญหาอุทกภัย

อีกพื้นที่เสี่ยง คือจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คราวนี้มีน้ำท่วมหลายอำเภอ แต่ที่หนักสุด คืออำเภอบางสะพาน ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน ผู้เชี่ยวชาญแนะแผนเร่งด่วนระบายน้ำ ไม่ให้เกิดวิกฤตรอบใหม่

อาจารย์เสรี ศุภราทิตย์ เผยต่อว่าสาเหตุหลักๆ ของอุทกภัยที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพราะการก่อสร้างถนนเพชรเกษมมีลักษณะขนานไปกับทะเลโดยมีเทือกเขาตะนาวศรีอยู่อีกฝั่ง เมื่อฝนเทลงมาอย่างหนัก แทนที่จะไหลลงทะเลแต่กลับมาเจอถนนเพชรเกษม ที่เปรียบเหมือนเขื่อนเล็กๆ คอยกั้นน้ำไม่ให้ไหลผ่านจึงไม่แปลกใจที่ส่งผลให้สะพานขาดในหลายจุด

วิธีแก้ไขปัญหา อาจจำเป็นต้องเจาะถนนเพิ่มเติมในจุดเสี่ยงให้เป็นทางระบายน้ำ

สำหรับการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติภาพรวมของประเทศ ก่อนหน้านี้มีการบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไปแล้ว กำหนดแนวทางรับมือทั้งเชิงรุกและเชิงรับชัดเจน ไว้ 4 ขั้นตอน คือ
1.เชิงป้องกันและลดผลกระทบ
2.เตรียมความพร้อมรับภัย
3.การจัดการในภาวะฉุกเฉิน
4.การจัดการหลังเกิดภัย

แต่ที่ผ่านมาต้องยอมรับ หลายหน่วยงาน เช่นการวางผังเมืองไม่มีการบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัด อีกทั้งถนนทุกสายก็ไม่เคยมีการศึกษาผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมมาก่อน

เสียงสะท้อนจากผู้เชี่ยวชาญ ที่ให้ทุกฝ่ายตระหนัก เพราะภัยพิบัติน้ำท่วมภาคใต้ที่เกิดขึ้น เป็นเสมือนสัญญาณเตือนจากธรรมชาติ ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องหันมาวางแผนแก้ปัญหาเชิงรุก มากกว่าเชิงรับ เชื่อว่าจะลดความเดือดร้อน และความสูญเสีย ที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต


ตรวจหวย ผลสลากกินแบ่งฯ คลิก!: ตรวจหวย
Twitter : Ch7 News Twitter